FROM SEED TO CUP

“กว่าจะเป็นกาแฟ 1 แก้ว ต้องผ่านอะไรมาบ้าง?”

  • HIGHLIGHT : 

    • – ฺการเก็บกาแฟในกะลาดีที่สุดเนื่องจากกันความชื้นและความแห้งได้ดี
    • กาแฟ 1 แก้ว หากเราใช้กาแฟ 20g. ในการชงกาแฟ เกษตรกรจะต้องเก็บผล Cherry ประมาณ 200g.
    • – ต้นกาแฟ 1 ต้น ให้ผลผลิต Cherry ประมาณ 5 – 10kg. ต่อฤดูกาล จากการคำนวณคร่าวๆ ก็จะได้เพียง 50 แก้วต่อ 1 ต้นเท่านั้นเอง
    • – ผลเชอร์รี่กาแฟ 1 kg. ใช้เวลาเก็บมือประมาณ 1 ชั่วโมง เนื่องจากต้องเลือกเก็บ เพราะกาแฟไม่ได้สุกพร้อมกันทั้งหมด

____________________________  

        รู้รึเปล่าครับว่ากาแฟไทย 1 แก้ว ต้องผ่านอะไรมาบ้าง หากใครยังไม่ทราบ ผมจะเล่าให้ฟัง…

– กาแฟจะเริ่มให้ผลผลิตในปีที่ 3-4 หลังปลูก เมล็ดกาแฟช่วงนี้จะเล็ก รสชาติยังไม่ดีเท่าที่ควร

– ให้ผลผลิต เต็มที่เมื่ออายุ 7-8 ปี มีรสชาติที่ชัดเจน และมีความเข้มข้นหรือ Body มากขึ้น

– ออกดอกประมาณเดือน เมษายน ของทุกปีเป็นต้นไป

– ผลเชอรรี่กาแฟ (Coffee Cherry) เริ่มสุกและสามารถเก็บผลผลิตได้ตั้งแต่ปลายเดือนตุลาคม – กุมภาพันธ์

โดยปกติใน 1 วัน เกษตรกร 1 คน จะเก็บเชอรรี่ได้เพียง 40-50 kg. เนื่องจากต้องใช้เวลาในการเลือกเก็บเพราะกาแฟสุกไม่พร้อมกัน  และเมล็ดไม่สมบูรณ์

หลังจากเก็บเชอรรี่สุกเสร็จแล้ว  จะต้องนำเปลือกออกโดยการแปรรูป (Process) เพื่อให้ได้รสชาติที่ดี

– การแปรรูป (Process) หลักๆ จะมีสองแบบคือ แห้ง (Dry) และ เปียก (Wet) ซึ่งให้รสชาติที่แตกต่างกัน

– Dry Process จะนำเชอรรี่ไปตากให้แห้งระยะเวลาราวๆ 15-20 วัน ให้มีความชื้นประมาณ 10% (ใช้เครื่องวัด) จากนั้นจึงนำมา สีเปลือกกออก (Pulped)

– Wet Process จะนำกาแฟไปลอกเปลือกออก (Pulped) จากนั้นนำไปแช่น้ำ 36-72 ชั่วโมง และขัดเอาเมือกออก (Mucilage) แล้วเอาไปตากแดดให้แห้งอีก 7-10 วัน เพื่อให้ได้ความชื้น 8-10%

Dry Process

ขั้นตอนการนำกาแฟไปลอกเปลือกออก

– การทำ Process จากผลเชอรรี่เป็นตัวกะลากาแฟ (Parchment) จะเหลือเพียง 20% ถ้า 100kg. ก็เหลือเพียง 20kg. กะลากาแฟเท่านั้น

– การเก็บกาแฟในกะลานั้นดีที่สุดเนื่องจาก กันความชื้นและความแห้งได้ดี

– หากจะคั่วกาแฟเราต้องสีกะลาออกก่อน โดยใช้เครื่องสีกะลากาแฟ ให้นึกถึงตอนเราสีข้าวเปลือกเป็นข้าวสาร กระบวนการนี้ก็จะได้สารกาแฟ (Green Bean) ซึ่งเหลือเพียง 80%  เท่านั้น

– ปกติ สารกาแฟใหม่ๆ จะไม่นิยมนำมาคั่วใช้เลย เนื่องจากอาจจะมีความชื้นมากไป หรือ รสชาติยังออกมาไม่เต็มที่ จะใช้คั่วเมื่อสารกาแฟอายุ 2-3 เดือนขึ้นไป

– การคั่วกาแฟ โดยทั่วไปใช้ระยะเวลาราวๆ 10-15 นาที แล้วแต่ Profile และ ความเข้ม ขั้นตอนนี้จะเหลือกาแฟ 85% – 80%

– เมื่อได้กาแฟคั่วแล้ว ปกติจะยังไม่ชงเลยเนื่องจาก Gas จะเยอะและรสชาติจะยังไม่ออกเต็มที่ จะรอประมาณ 5-14 วัน แล้วแต่ Profile การคั่วของ Roaster

– จากนั้น Barista ก็มาชงกาแฟให้เราดื่ม Espresso กัน โดยการบดและชง ประมาณ 1 นาที

        ทั้งหมดนี้ก็เป็นการเดินทางของกาแฟที่กว่าจะมาเป็น 1 แก้วให้เราดื่ม นี่ผ่านอะไรมามากเหมือนกันนะครับเนี่ย แต่ผมเชื่อว่า ทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็น คนสวน คนคั่ว และบาริสต้า ต่างก็ตั้งใจ และใส่ใจทุกขั้นตอนกันอย่างสุดฝีมือ เพื่อจะทำให้เรา มีความสุขกับการดื่มกาแฟในทุก ๆ แก้วครับผม

——————

ถึงแม้ว่า กว่าจะเป็นกาแฟให้เราดื่มนั้นลำบากแค่ไหน แต่เราก็เต็มใจที่สรรหากาแฟดี ๆ มาให้ผู้ดื่มนะครับ

สามารถเข้าไปดู Character และรายละเอียดตาม Link นี้เลยครับ

https://www.facebook.com/TheAlisonsCoffeeRoasters/posts/1641594895878200

——————

ทักทายพวกเราได้ที่ :

Line @ : https://line.me/R/ti/p/%40thealisons

Instagram : https://www.instagram.com/the_alisons/

Website : https://www.thealisonscnx.com/

——————

source : 

Photo : by Nathan Dumlao on Unsplash

ขอบคุณข้อมูลจาก : พี่ดำรง กาแฟผาฮี้ อ.แม่สาย จ.เชียงราย   

#THEALISONS #Infographic #coffeeinfographic #เดอะอาลีซันบริการดุจญาติฝ่ายแม่ #เครื่องชงกาแฟ #เครื่องบดกาแฟ
#เครื่องกรองน้ำBWT